
ดนตรีเพื่อชีวิต ดนตรีเพื่อสุขภาพ
ที่มา: มูลนิธิสุขภาพไทย
ที่มา: มูลนิธิสุขภาพไทย
คนไทยทุกวันนี้น่าสงสาร เพราะแต่ละวันๆ มีแต่เรื่องที่ก่อให้เกิดความเครียด อันดับหนึ่งเลยเห็นจะเป็นพิษเศรษฐกิจที่ทำให้รายรับไม่พอกับรายจ่าย เกิดความเครียดได้อย่างง่ายดาย รองลงมาเรื่องการเมืองที่ฟังทีไรเป็นต้องร้องยี้ทุกทีซิ ไม่รู้เมื่อไรการเมืองไทยจากน้ำเน่าจะกลายเป็นน้ำดีเสียที ปัญหาสังคมก็เป็นอีกสาเหตุที่ทำให้คนไทยเครียดกัน ข่าวฆ่ากันตายมีลงหนังสือพิมพ์หน้าหนึ่งไม่เว้นแต่ละวัน นอกจากนี้สภาพแวดล้อมโดยเฉพาะในกรุงเทพฯ ไม่ได้เอื้ออำนวยให้เราเป็นสุข เพราะต้องใช้ชีวิตอยู่ท่ามกลางมลพิษอันก่อเกิดอันตรายทั้งนั้น เมื่อใจทุกข์ กายย่อมทุกข์ เกิดสารพัดโรคตามมา ฉะนั้นต้องผ่อนคลายความเครียดลง ซึ่งก็มีหลากหลายวิธีการ และดนตรีเป็นหนึ่งทางเลือก ที่นอกจากสร้างความบันเทิงเริงรมย์แล้ว ดนตรียังสามารถนำใช้เพื่อพัฒนาชีวิต และสุขภาพ ผ่อนคลายความเครียดได้
ดนตรีเปรียบเสมือนอาหาร เป็นอาหารทางสมอง เป็นอาหารทางจิตใจ เสียงดนตรีมีอิทธิพลต่อชีวิตของเราแทบทุกคน จนแทบเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตก็ว่าได้ ดังนั้นคำกล่าวที่ว่า "อันชนใดไม่มีดนตรีกาล ในสันดานเป็นคนชอบกลนัก" คงจะไม่ผิด แต่การใช้ดนตรีเพื่อชีวิต และเพื่อสุขภาพก็ต้องมีการเลือกสรร ไม่ใช่ดนตรีอะไรก็นำมาฟังได้ทั้งหมด จะกลายเป็นว่าให้โทษมากกว่าคุณ
เสียงดนตรีที่ไพเราะ (ขอเน้นว่าไพเราะ) จะช่วยให้สมองของคนเราทำงานได้ดี ส่งผลไปถึงทั้งสุขภาพกาย และใจ แล้วคุณจะเลือกสรรดนตรีอย่างไรมาพัฒนาคุณภาพชีวิต
- ดนตรีนั้นต้องมีทำนองไพเราะ มีเสียงสูง เสียงต่ำ เช่น เพลงด้วยรักและผูกพัน ของพี่เบิร์ด ธงไชย แมคอินไตย ก็ถือว่าเป็นดนตรีคุณภาพ- ส่วนเนื้อร้องต้องไปในทางสร้างสรรค์ สุขก็ได้ ทุกข์ก็ได้ ถึงแม้เป็นเพลงอกหัก และผิดหวังแต่ให้แง่คิดล้มแล้วลุกขึ้นมาสู้ใหม่ อย่ายอมแพ้ อะไรแบบนี้ ไม่ใช่ล้มแล้วซ้ำเติม- หากดนตรีมีเสียงประสานต้องกลมกลืนกัน ไม่ใช่ขัดกัน อย่างเสียงแตรรถยนต์ถือว่าเป็นเสียงขัดกัน- ระดับเสียงดนตรีต้องอยู่ที่ประมาณ 40-60 เดซิเบล เกินนั้นไม่ได้ เสียงที่ทำให้เครียด เช่น เสียงแตรรถ เสียงมอเตอร์ไซค์ตัดท่อ เสียงเพลงดังๆ ในดิสโก้เธค ฯลฯ
ในการรับฟังดนตรีที่มีความไพเราะอยู่เสมอ จะทำให้สมองหลั่งสารชนิดหนึ่งออกมา เรียก ง่ายๆ ว่าเป็น "สารแห่งความสุข" สารนี้จะช่วยลดความตึงเครียดทั้งทางร่างกาย และจิตใจ ทำให้เกิดสมาธิ มีจิตใจที่สงบ จึงก่อให้เกิดความสุข ระบบหัวใจก็ทำงานได้ดี ความดันโลหิตเป็นปกติ ระบบขับถ่ายเช่นกัน ระบบหายใจก็ดี และเมื่อระบบทุกอย่างของร่างกายทำงานได้ดีแล้ว ร่างกายย่อมจะรอดพ้นจากความเจ็บป่วย เกิดภูมิต้านทานต่อโรคทั้งหลายทั้งปวง
คุณรู้ไหมคะว่า ดนตรีนอกจากคลายเครียด ก่อให้เกิดสุขภาพจิตดีแล้ว ดนตรียังช่วยให้การดำเนินชีวิตประจำวันของคุณเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะเวลาทำงาน แต่ทั้งนี้และทั้งนั้น กิจกรรมต่างๆ จะดำเนินไปได้ด้วยดีก็ต้องอยู่ที่ดนตรีแต่ละประเภทด้วยว่าเหมาะสมกับกิจกรรม หรืองานที่ทำอยู่ หรือไม่
นักวิจัยชาวอาทิตย์อุทัย บ้านเกิดเมืองนอนของพ่อโกโบริเขาวิจัยออกมาว่า การทำงานประเภทท่องจำ ท่องบทต่างๆ เสียงดนตรีประเภทเขย่าครึกโครม หรือดนตรีระบบใหม่ๆ เช่น แนวเพลงที่กำลังฮิตในหมู่วัยรุ่นบ้านเรานั่นแหละ ไม่ว่าจะเป็นแนวป๊อป, ร็อค, แร็พเป็นต้น พวกนี้จะให้ผลดีกับงานประเภทท่องจำ ท่องบทต่างๆ
งานเขียนบทความ, นิยาย, แถลงการณ์ ต้องดนตรีแนวคลาสสิก ที่มีสำเนียงเยือกเย็น ส่วนงานคิดคำนวณ, งานบัญชี, งานรวบรวมเอกสาร หรือวัตถุดิบ ต้องเป็นเพลงพวกเครื่องสาย เช่น ไวโอลิน กีต้าร์ เป็นต้น
แต่การฟังเพลง ฟังดนตรี ใช่ว่าจะฟังตามใจตัวเองโดยไม่นึกถึงใคร จะฟังเพลงประเภทไหน ไม่จะเป็นเพลงช้า เพลงเร็ว เพลงไทย เพลงจีน เพลงฝรั่ง ก็ให้ดูคนข้างๆ คุณด้วยว่า เขาชอบด้วยหรือเปล่า การเปิดเพลงฟังก็เปิดพอได้ยิน เป็นเสียงรำพึงมากกว่าเป็นเสียงแสดงงานดนตรี ปฏิบัติตัวเช่นนี้รับรองว่า ดนตรีสามารถพัฒนาชีวิต และส่งเสริมสุขภาพของคุณอย่างแน่นอน
ดนตรีเปรียบเสมือนอาหาร เป็นอาหารทางสมอง เป็นอาหารทางจิตใจ เสียงดนตรีมีอิทธิพลต่อชีวิตของเราแทบทุกคน จนแทบเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตก็ว่าได้ ดังนั้นคำกล่าวที่ว่า "อันชนใดไม่มีดนตรีกาล ในสันดานเป็นคนชอบกลนัก" คงจะไม่ผิด แต่การใช้ดนตรีเพื่อชีวิต และเพื่อสุขภาพก็ต้องมีการเลือกสรร ไม่ใช่ดนตรีอะไรก็นำมาฟังได้ทั้งหมด จะกลายเป็นว่าให้โทษมากกว่าคุณ
เสียงดนตรีที่ไพเราะ (ขอเน้นว่าไพเราะ) จะช่วยให้สมองของคนเราทำงานได้ดี ส่งผลไปถึงทั้งสุขภาพกาย และใจ แล้วคุณจะเลือกสรรดนตรีอย่างไรมาพัฒนาคุณภาพชีวิต
- ดนตรีนั้นต้องมีทำนองไพเราะ มีเสียงสูง เสียงต่ำ เช่น เพลงด้วยรักและผูกพัน ของพี่เบิร์ด ธงไชย แมคอินไตย ก็ถือว่าเป็นดนตรีคุณภาพ- ส่วนเนื้อร้องต้องไปในทางสร้างสรรค์ สุขก็ได้ ทุกข์ก็ได้ ถึงแม้เป็นเพลงอกหัก และผิดหวังแต่ให้แง่คิดล้มแล้วลุกขึ้นมาสู้ใหม่ อย่ายอมแพ้ อะไรแบบนี้ ไม่ใช่ล้มแล้วซ้ำเติม- หากดนตรีมีเสียงประสานต้องกลมกลืนกัน ไม่ใช่ขัดกัน อย่างเสียงแตรรถยนต์ถือว่าเป็นเสียงขัดกัน- ระดับเสียงดนตรีต้องอยู่ที่ประมาณ 40-60 เดซิเบล เกินนั้นไม่ได้ เสียงที่ทำให้เครียด เช่น เสียงแตรรถ เสียงมอเตอร์ไซค์ตัดท่อ เสียงเพลงดังๆ ในดิสโก้เธค ฯลฯ
ในการรับฟังดนตรีที่มีความไพเราะอยู่เสมอ จะทำให้สมองหลั่งสารชนิดหนึ่งออกมา เรียก ง่ายๆ ว่าเป็น "สารแห่งความสุข" สารนี้จะช่วยลดความตึงเครียดทั้งทางร่างกาย และจิตใจ ทำให้เกิดสมาธิ มีจิตใจที่สงบ จึงก่อให้เกิดความสุข ระบบหัวใจก็ทำงานได้ดี ความดันโลหิตเป็นปกติ ระบบขับถ่ายเช่นกัน ระบบหายใจก็ดี และเมื่อระบบทุกอย่างของร่างกายทำงานได้ดีแล้ว ร่างกายย่อมจะรอดพ้นจากความเจ็บป่วย เกิดภูมิต้านทานต่อโรคทั้งหลายทั้งปวง
คุณรู้ไหมคะว่า ดนตรีนอกจากคลายเครียด ก่อให้เกิดสุขภาพจิตดีแล้ว ดนตรียังช่วยให้การดำเนินชีวิตประจำวันของคุณเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะเวลาทำงาน แต่ทั้งนี้และทั้งนั้น กิจกรรมต่างๆ จะดำเนินไปได้ด้วยดีก็ต้องอยู่ที่ดนตรีแต่ละประเภทด้วยว่าเหมาะสมกับกิจกรรม หรืองานที่ทำอยู่ หรือไม่
นักวิจัยชาวอาทิตย์อุทัย บ้านเกิดเมืองนอนของพ่อโกโบริเขาวิจัยออกมาว่า การทำงานประเภทท่องจำ ท่องบทต่างๆ เสียงดนตรีประเภทเขย่าครึกโครม หรือดนตรีระบบใหม่ๆ เช่น แนวเพลงที่กำลังฮิตในหมู่วัยรุ่นบ้านเรานั่นแหละ ไม่ว่าจะเป็นแนวป๊อป, ร็อค, แร็พเป็นต้น พวกนี้จะให้ผลดีกับงานประเภทท่องจำ ท่องบทต่างๆ
งานเขียนบทความ, นิยาย, แถลงการณ์ ต้องดนตรีแนวคลาสสิก ที่มีสำเนียงเยือกเย็น ส่วนงานคิดคำนวณ, งานบัญชี, งานรวบรวมเอกสาร หรือวัตถุดิบ ต้องเป็นเพลงพวกเครื่องสาย เช่น ไวโอลิน กีต้าร์ เป็นต้น
แต่การฟังเพลง ฟังดนตรี ใช่ว่าจะฟังตามใจตัวเองโดยไม่นึกถึงใคร จะฟังเพลงประเภทไหน ไม่จะเป็นเพลงช้า เพลงเร็ว เพลงไทย เพลงจีน เพลงฝรั่ง ก็ให้ดูคนข้างๆ คุณด้วยว่า เขาชอบด้วยหรือเปล่า การเปิดเพลงฟังก็เปิดพอได้ยิน เป็นเสียงรำพึงมากกว่าเป็นเสียงแสดงงานดนตรี ปฏิบัติตัวเช่นนี้รับรองว่า ดนตรีสามารถพัฒนาชีวิต และส่งเสริมสุขภาพของคุณอย่างแน่นอน
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น